Dynamic Drive DHTML Scripts- Drop Down Tabs demos
 เด็กไทยเรียนหนักที่สุดในโลก จำนวนคนเปิดอ่าน 2,194 ครั้ง

บริการบนเว็บไซต์

เอแบคโพล เผยผลสำรวจระบบการศึกษาไทย ระบุเด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่เรียนแล้วนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เด็กเกินครึ่งเห็นว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น เกลียดวิชาคณิตและอังกฤษมากที่สุด

 

เด็กไทย เรียนหนักที่สุดในโลก

 

 

              เอแบคโพล เผยผลสำรวจระบบการศึกษาไทย ระบุเด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่เรียนแล้วนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เด็กเกินครึ่งเห็นว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น เกลียดวิชาคณิตและอังกฤษมากที่สุด

 

           ดร.ปรีชา เมธาวัสรภาคย์ ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยว่า เอแบคโพล ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ทำการสำรวจเรื่อง เด็กและเยาวชนไทยอยากเห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงจากการศึกษาไทย

 

โดยสำรวจเด็กและเยาวชนอายุ 14-18 ปี ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 4,255 คน ระหว่างวันที่ 1-15 เม.ย.2557 ผลปรากฏว่า

                 ร้อยละ 58.9 เห็นว่าโอกาสและมาตรฐานทางการศึกษาของไทยไม่เท่าเทียมกัน

                 ร้อยละ 58.7 เห็นว่าเด็กไทยเรียนหนักมากที่สุดในโลก แต่ไม่สามารถนำความรู้ในห้องเรียนไปประยุกต์ใช้ได้

                 ร้อยละ 54.8 เด็กไทยไม่ได้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน

                 ร้อยละ 53.1 เห็นว่าการเรียนการสอนเริ่มต้นจากความรู้ในหนังสือและจบลงที่ข้อสอบ

                 ร้อยละ 30.7 ระบุว่าความรู้ที่ใช้สอบได้จากการเรียนกวดวิชา

                 ร้อยละ 25.0 อยากถามครูเกี่ยวกับวิธีการสอนของครู เช่น ทำไมครูไม่หาวิธีการสอนที่สนุก และไม่น่าเบื่อ, ทำไมสอนต้องอ่านตามหนังสือ ทำไมสอนในห้องเรียนไม่รู้เรื่อง แต่สอนพิเศษรู้เรื่อง เป็นต้น


 

               ผอ.สำนักวิจัยเอแบคโพล กล่าวต่อไปว่า สำหรับวิชาที่เด็กที่เรียนสายสามัญไม่ชอบเรียนมากที่สุดคือ คณิตศาสตร์ร้อยละ 27.7 รองลงมาคือ ภาษาอังกฤษร้อยละ 27.4 ขณะที่เด็กที่เรียนสายอาชีพ ร้อยละ 33.3 ไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษ รองลงมาคือ คณิตศาสตร์ร้อยละ 32.2 สำหรับแรงบันดาลใจในการไปเรียนมากที่สุดคือ พ่อแม่ร้อยละ 71.4 และยังพบว่าพ่อแม่เสียเงินค่าเรียนพิเศษมากกว่าค่าเทอมที่โรงเรียนถึงร้อยละ 25.2 นอกจากนี้พบว่าร้อยละ 65.1 เห็นว่าการเรียนพิเศษเป็นสิ่งจำเป็น ร้อยละ 69.4 อยากให้เปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และเปิดโอกาสให้คนได้เรียนอุดมศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนเรื่องการเรียนต่อพบว่า ร้อยละ 66.7 ตั้งใจเรียนต่อระดับอุดมศึกษา ร้อยละ 14.4 เรียนสายอาชีพ ขณะที่อาชีพที่ต้องการที่สุดในอนาคต คือ แพทย์ ร้อยละ 20.4 รองลงมาคือ ธุรกิจส่วนตัว/ค้าขาย ร้อยละ 16.3 และ ครู/อาจารย์ ร้อยละ 12.5

 

               ด้าน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รองประธานคณะกรรมการ สสค.คนที่ 2 กล่าวว่า ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมของเด็กไทยเปลี่ยนไป ดังนั้นครูต้องเปลี่ยนวิธีการสอน จะสอนแบบยืนหน้าห้อง และพูดตามหนังสือต่อไปไม่ได้แล้ว อีกทั้งต้องรู้จักใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก หรือ ไลน์ มาสื่อสารเพื่อดึงเด็กไว้ ส่วนที่ผลวิจัยระบุว่าเด็กไม่ชอบวิชาภาษาอังกฤษมากที่สุดนั้น เป็นสิ่งที่น่าห่วงมาก เราจึงต้องเปลี่ยนทัศนคติว่า ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาต่างประเทศ แต่เป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต เหมือนการใช้เทคโนโลยี หรือไอทีในชีวิตประจำวัน โดยสาเหตุที่เด็กไทยเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ผล เพราะเราเรียนเพื่อสอบได้หรือสอบตก ซึ่งตนเห็นว่าต้องยกเลิกวิธีการประเมินดังกล่าว เพื่อให้เด็กได้เรียนภาษาอังกฤษ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอย่างได้ผลจริงๆ

 

ข้อมูล : เดลินิวส์

 


 



ศูนย์ประสานงานวิชาการ ขอนแก่น 24/4/2557 12:38:25 -


เกาะติด Quota อีสาน | ติดตาม AdMission | แหล่ง Quota / สอบรับตรง | สถิติ โควตา มข. ที่น่าสนใจ | รู้ทันข่าวการศึกษา

บอกเล่า... ค่ายซัมเมอร์ The Act. | บทความ / สาระน่ารู้ | ทิป & เทคนิค | คลายเครียด | แนะนำสารพัน อาชีพ | ร่วมงานกับเรา

 สถาบัน The Act. (โรงเรียนกวดวิชา ดิแอ็ค ขอนแก่น) จังหวัดขอนแก่น

123/2 ม.8 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000  โทร. 043-257-176, 088-5642554
E-mail : webmaster@theactkk.net
   Copyright © 2007-2013 www.theactkk.net