Dynamic Drive DHTML Scripts- Drop Down Tabs demos
 5 เรื่องออกแน่ๆ 7 วิชาสามัญ ภาษาอังกฤษ จำนวนคนเปิดอ่าน 2,617 ครั้ง

บริการบนเว็บไซต์

5 เรื่องออกแน่ๆ 7วิชาสามัญวิชาอังกฤษ  เนื้อหา 5 เรื่อง ที่ออกแน่ๆในการสอบ 7 วิชาสามัญ วิชาภาษาอังกฤษ มกราคมนี้

สำหรับน้องๆที่เตรียมตัวสอบ 7 วิชาสามัญที่จะมาถึงเร็วๆนี้ วิชาภาษาอังกฤษออกอะไรไปดูกัน

 

 

5 เรื่องออกแน่ 7 วิชาสามัญ อังกฤษ

 

             สวัสดีครับน้องๆอีกไม่นานก็จะสอบ 7 วิชาสามัญกันแล้ว นอกจากวิชาทางวิทยาศาสตร์แล้วก็มี "วิชาภาษาอังกฤษ" อีกที่ถือว่าปราบเซียน เห็นค่าเฉลี่ยแต่ละปีที่ผ่านมาแล้วพี่จะเป็นลม  แล้วจะมีทางไหนที่จะทำให้น้อง ๆ ได้คะแนนวิชาสามัญภาษาอังกฤษเยอะ ๆ บ้าง พอดีพี่อ่านเจอข้อมูลนี้ที่น่าจะเป็นประโยชน์มากๆในการสอบครั้งนี้ นั้นก็คือเนื้อหา 5 เรื่องหลักที่ออกสอบแน่ ๆ มาฝากครับ เราไปดูกันดีกว่าครับว่า 5 เรื่องที่ออกข้อสอบแน่ ๆ คืออะไรบ้าง





เรื่องที่ 1 : Connector (คำเชื่อม)


                มองดูเป็นเรื่องง่าย ๆ ใช่มั้ยครับกับเรื่อง Connector หรือ คำเชื่อมนั่นเอง แต่หลักการใช้ก็มีรายละเอียดหยิบย่อยลงไป แบ่งแยกได้เป็น 2 กรณีคือ
                - Conjunction คู่กับ Clause หรือ คำสันทาน + ประโยค
                - Preposition คู่กับ Noun หรือ คำบุพบท + คำนาม
มีตัวอย่างคำที่ออกบ่อยแบบปีเว้นปีเลยทีเดียวก็คือ
               - คำว่า Because (เพราะว่า) จะต้องตามด้วยประโยคเช่น Because I love you.
               - คำว่า Because of (เพราะว่า) จะตามด้วยคำนามเพราะ of เป็นคำบุพบท เช่น Because of loving you. โดย loving เป็น Gerund ทำหน้าที่แทนคำนาม
              - คำว่า such as และ for example (ยกตัวอย่างเช่น) such as + noun แต่ for example + clause ใช้ต่างกัน
             - คำว่า although, in spite of, despite (แม้ว่า) ความหมายเหมือนกันแต่ใช้ต่างกัน although + clause แต่ in spite of, despite(ไม่มี of) + noun/pronoun


เรื่องที่ 2 : Parallelism


             อีกเรื่องที่น้อง ๆ สับสนทุกปีกับ Parallelism เป็นคู่ขนานกันครับ ข้างหน้าเป็นอะไร ข้างหลังก็ต้องเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วจะมีคำเชื่อคือ and / or เป็นคำที่พบบ่อยที่สุด อย่างที่บอกค่ะว่าข้างหน้าเป็นอะไร ข้างหลังก็ต้องเป็นแบบนั้น ข้งหน้าเป็น noun ข้างหลังก็ต้อง noun แต่ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่ข้างหน้าเป็น to infinitive ข้างหลังก็ต้องเป็น to infinitive ด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถละ to ได้ค่ะ เช่นประโยคว่าความรักและการให้ เขียนได้เป็น to love and to give ถ้าละ to ก็จะเป็น to love and give แบบนี้ก็ไม่ผิด
             แต่แค่นี้ไม่พอ ราต้องคงคอนเซปต์ Level up ขึ้นไปอีกขึ้นนึง เพราะนอกจากคำว่า and / or ที่ข้อสอบออกบ่อยแล้ว ยังมีคำอื่นมาด้วยค่ะ เช่น
            - คำว่า prefer ..... to ..... คำที่เว้นว่าไว้ระหว่างคำว่า to ต้องเป็น V.ing หรือ คำนาม นะคะ เช่นprefer sleeping to studying
            - คำว่า ..... rather than ..... แบบนี้คำระหว่าง rather than ต้องเป็น to infinitive เช่น I prefer to sleep rather than to study ซึ่งสามารถละ to ได้เป็น I prefer to sleep rather than study
เหมือนกัน
            - คำว่า would rather ..... than .... แปลเหมือนคำว่า prefer เลยคือคำว่า ชอบมากกว่า แต่คำที่ว่างไว้ต้องเป็น infinitive without to ก็คือเป็น verb ที่ไม่ผันอะไร เป็นรูปแบบเดิม ๆ เช่น I would rather sleep than study.
จริง ๆ มันไม่ยากเลย แต่เงื่อนไขจุกจิกเยอะมาก และเงื่อนไขจุกจิกนี่แหละ เลยทำให้รุ่นพี่ที่ผ่านมาพลาดคะแนนไปซะเยอะ


เรื่องที่ 3 : Participle


               เรื่อง Participle ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จริง ๆ นี่สำคัญมากเลยนะครับ แทรกซึมไปหลายเรื่องเลย Participle คือ verb ไม่แท้ ทำหน้าที่เป็นส่วนขยาย หรือที่เรารู้จักในนาม adjective ซึ่งจะมีหน้าตาหลัก ๆ อยู่ 2 แบบคือ V.ing และเติม verb เติม ed หลักการแยกง่าย ๆ คือ ถ้าเป็น V.ing คือคนกระทำ(เราทำเอง) แต่ถ้าเป็น verb เติม ed คือถูกกระทำ (เราโดนกระทำ) ซึ่งน้อง ๆ คงคุ้นกับ verb เติม ed ในรูปของ Passive voice ซึ่งรูปเต็ม ๆ คือ V. to be + V.3 แต่นำมาลดรูปเหลือแค่ V.3 (verb เติม ed)

เรื่องที่ 4 : Subject and Verb agreement


                เรื่องนี้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าออกแน่ ๆ เรื่องของ subject and verb agreement คือ ความสอดคล้องระหว่างประธานกับกริยา เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ กริยาต้องเติม s ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ กริยาไม่ต้องเติม s แต่ว่าเราต้องคงคอนเซปต์ Level up ครับ ประธานธรรมดามันง่ายเกินไป น้อง ๆ เริ่มจับแนวข้อสอบได้ ข้อสอบเลยดีดตัวขึ้นไปอีกหนึ่งสเตป นิยมออกเป็น Pronoun agreement เพราะฉะนั้นต้องดูรูปประโยคว่าสรรพนามนั้นกล่าวถึงอะไร แล้วค่อยใช้กริยาอย่างถูกต้องครับ

 

เรื่องที่ 5 : Tense


              เป็นเรื่องที่ไม่มาไม่ได้เลยนะครับ เรียนมาตั้งหลายปี อย่างน้อยก็ตั้งแต่ขึ้น ม.1 ยัน ม.6 ได้เรียนทุกปีแน่ ๆ สำหรับเรื่อง Tense แต่พี่แป้งเชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อยจำไม่เคยได้ อะไรใช้คู่กับอะไร แต่ละ Tense มีลักษณะอย่างไรบ้าง นอกจาก Past Present Futer แล้วก็ยังมีแยกย่อยออกไปอีกเป็น 12 Tenses ขอแนะนำเบื้องต้นเลยนะครับ ลองตีตารางเวลาก่อนว่าแต่ละ Tense คือช่วงเวลาไหนบ้าง จะได้จำง่ายขึ้นครับ ในเรื่อง Tense ถ้าหนึ่งข้ออกแค่ Tense เดียวก็โชคดีไป แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่มี connector เชื่อมตรงกลาง แบบนี้ต้องระวังเลยค่ะ จำหลักไว้ง่าย ๆ 3 แบบนี้นะครับ
            - ถ้าข้างหน้าเป็น Future ข้างหลังต้องเป็น Present
            - ถ้าข้างหน้าเป็น Present ข้างหลังก็ต้อง Present
            - ถ้าข้างหน้าเป็น Past ข้างหลังก็ต้องเป็น Past
มีแค่แบบแรกที่แตกต่างจากชาวบ้านเขา เพราะฝรั่งเขามองว่าถ้าใช้ Future คู่กับ Future มันตลกครับ อย่างคนไทยเราพูดว่า ฉันจะรอจนกว่าเธอจะว่าง แต่ฝรั่งเขาไม่พูดแบบนั้น เขาจะใช้เป็น I will wait until you are free. มี until เชื่อมตรงกลาง จะใช้ Future เป็น Main Clause เท่านั้นครับ

 


ศูนย์ประสานงานวิชาการ ขอนแก่น 30/12/2557 16:32:30 -


เกาะติด Quota อีสาน | ติดตาม AdMission | แหล่ง Quota / สอบรับตรง | สถิติ โควตา มข. ที่น่าสนใจ | รู้ทันข่าวการศึกษา

บอกเล่า... ค่ายซัมเมอร์ The Act. | บทความ / สาระน่ารู้ | ทิป & เทคนิค | คลายเครียด | แนะนำสารพัน อาชีพ | ร่วมงานกับเรา

 สถาบัน The Act. (โรงเรียนกวดวิชา ดิแอ็ค ขอนแก่น) จังหวัดขอนแก่น

123/2 ม.8 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000  โทร. 043-257-176, 088-5642554
E-mail : webmaster@theactkk.net
   Copyright © 2007-2013 www.theactkk.net