Dynamic Drive DHTML Scripts- Drop Down Tabs demos
 10 ข่าวการศึกษาโดนๆ รอบปี 58 จำนวนคนเปิดอ่าน 1,003 ครั้ง

บริการบนเว็บไซต์

ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีสำหรับวงการการศึกษา เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557
 

 

 

 

10 ข่าวการศึกษาโดนๆ รอบปี 58

 

 

 

 

                 ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีสำหรับวงการการศึกษา เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557


 1. ม.44 ปราบทุจริตวงการครู

                  ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สุดในรอบปีสำหรับวงการการศึกษา เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 สั่งล้างบางอำนาจเก่าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) คุรุสภา และองค์การค้าของ สกสค.พร้อมทั้งเดินหน้าปราบปรามการทุจริตซึ่งสั่งสมมานานนับสิบ ๆ ปี รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้สินครู การกวาดล้างการทำธุรกิจที่อึมครึมเพื่อเรียกคืนศรัทธาความเป็นสถาบันวิชาชีพ และองค์กรที่ว่าด้วยสวัสดิการและสวัสดิภาพของครู

2. ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้

                 หลังเข้ารับตำแหน่งไม่นาน “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เพื่อให้เด็กมีเวลาทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น และมีความสุขในการเรียน โดยปรับเวลาเลิกเรียนในชั้นเรียนเป็น 14.00 น. แต่ยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงเรียน เพราะต้องการให้เด็กได้ใช้เวลาหลังจาก 14.00 น. ทำกิจกรรมไปจนถึงเวลาเลิกเรียนปกติ คือ 16.00 น. ทั้งนี้โครงการได้เริ่มนำร่องภาคเรียนที่ 2/2558 ในโรงเรียนประมาณ 4,100 โรง ถึงวันนี้ผ่านมาแล้ว 2 เดือน คงยังไม่สามารถสรุปอะไรได้มาก แต่ก็มีข้อห่วงใยจากผู้ปกครองว่า ความรู้ด้านวิชาการของเด็กอาจจะหย่อนยานลง คงต้องรอดูกันไปก่อน

 

3.  ปรับโครงสร้าง ศธ.ยังไม่ชัด

                เป็นประเด็นฮอตสุด ๆ สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อ กระแสข่าวการปรับโครงสร้างกระทรวง ถูกปล่อยออกมาเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะการลดขนาดหรือสลายองค์กรหลักของกระทรวงที่มีอยู่ 5 แท่ง ลงเพื่อให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นพี่ใหญ่ที่มีอำนาจ สั่งการ “Single Command” เหมือนเช่นในอดีตและกระทรวงอื่น ๆ เพราะพิสูจน์มาแล้วว่า การปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการจาก 14 องค์ชายมาเป็น 5 จักรพรรดิในช่วงเวลา 10 ปีมานี้ ไม่ได้ช่วย ให้วงการศึกษาดีขึ้น คุณภาพการศึกษาของเด็กไทยก็แทบจะไม่ต่างจากเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว แต่กลับจะถดถอยลงไปเสียอีก และถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนในโครงสร้างใหม่ที่จะเกิดขึ้น ทุกคนยังคงตั้งตารอ

 

 4. ยึดทรัพย์คนค้างหนี้กยศ.

                   ร้อน ๆ หนาว ๆ กันเป็นแถว เมื่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ผุดมาตรการใหม่ที่เข้มข้นขึ้น หวังให้ผู้กู้ยืมที่ค้างชำระหนี้รีบมาจ่ายเงินคืน ปีนี้จึงเป็นปีแรกที่ กยศ. ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ผู้กู้ที่ค้างชำระหนี้ โดยประเดิมยึดทรัพย์ลอตแรกรุ่นปีการศึกษา 2547 ไปแล้ว 786 ราย และเตรียมดำเนินการอีก 4,175 ราย แถมในปี 2561 จะนำรายชื่อผู้ค้างชำระหนี้ตั้งแต่ปี 2539 ถึงปัจจุบันเข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิตบูโร อีกทั้งตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 เป็นต้นไป ผู้กู้ยืมทั้งเก่าและใหม่ถ้าผลการเรียนเฉลี่ยสะสมไม่ถึง 2.00 จะหมดสิทธิกู้ยืม

 

5. ลดสอบโอเน็ตเหลือ 5 วิชา

               เรียกเสียงเฮจากนักเรียนได้ไม่น้อย หลังกระทรวงศึกษาธิการ ออกประกาศกระทรวงปรับลดจำนวนวิชาในการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ลงจาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และการปรับลดครั้งนี้ส่งผลให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ปรับลดองค์ประกอบของโอเน็ตที่จะใช้พิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือ แอดมิชชั่น ตามไปด้วย จากเดิม 8 กลุ่มสาระฯ เหลือ 5 กลุ่มสาระฯ และเพิ่มสัดส่วนคะแนนจากกลุ่มสาระฯ ละ 5% เป็น 6%.


6. เลื่อนประเมิน สมศ.รอบสี่

                มีเสียงคัดค้านจากผู้ถูกประเมินมาโดยตลอด สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ที่มองว่าเกณฑ์และตัวบ่งชี้ในการประเมินยังไม่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา และไม่สะท้อนคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง ทำให้คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาการศึกษา หรือ ซูเปอร์บอร์ดด้านการศึกษา ต้องมีมติให้ปฏิรูประบบประเมินและประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับให้แล้วเสร็จก่อนที่จะประเมินคุณภาพภายนอกรอบสี่ ผลจากมติดังกล่าวทำให้ต้องเลื่อนการประเมินรอบสี่ออกไปก่อนอย่างน้อย 1 ปี จากที่กำหนดให้เริ่มในเดือนตุลาคม 2558


7. เด็กเอแบคเกือบอดรับปริญญา

              เป็นเรื่องวุ่นวายหนักมาก จากความขัดแย้งในสภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ส่งผลให้นักศึกษาที่เรียนจบในปีการศึกษา 2557 กว่า 3,000 คน เกือบไม่ได้รับปริญญา และหากได้รับปริญญาบัตรนั้นก็อาจเป็นโมฆะ เพราะคนลงนามในปริญญาบัตรไม่ถูกกฎหมาย ร้อนถึง เสมา 1 ต้องลงมายุติปัญหา สุดท้ายนักศึกษาก็ได้เข้ารับปริญญาตามกำหนดการ ส่วนปัญหาภายในมหาวิทยาลัยก็ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และในเดือนมกราคม 2559 นี้จะเชิญคู่กรณีมาประชุมร่วมกัน


8. ข้อสอบคัดผอ.รร.คลาดเคลื่อน

                ถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการวัดและประเมินผลก็ว่าได้ สำหรับการเกิดความคลาดเคลื่อนของข้อสอบคัดเลือกรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ออกโดยสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ซึ่งส่งผลถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการจัดสอบของสถาบัน และยังส่งผลกระทบต่อลำดับการขึ้นบัญชีผู้สอบได้และการเรียกบรรจุ ซึ่งหมายถึงความก้าวหน้าในวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา แต่สุดท้ายก็มีการคิดคะแนนกันใหม่และมีคนที่ได้ขึ้นบัญชีเพิ่มขึ้น


9. เรื่องฉาว ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย

            ข่าวฉาวในรั้วมหาวิทยาลัย ที่ขึ้นหน้า 1 เป็นเดือน ทั้งกรณีที่อาจารย์ยื่นข้อเสนอให้ลูกศิษย์เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้มีสิทธิได้กู้ยืมเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และอีกกรณีเพื่อให้ได้ผลการเรียน หรือ เกรดดี ๆ ถือเป็น 2 ข่าวคาวที่ช็อกวงการอุดมศึกษาในรอบปี แต่สุดท้ายอาจารย์ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวก็ถูกไล่ออก ซึ่งถือเป็นบทเรียนที่ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตื่นขึ้นมาคุมเข้มคุณธรรม จริยธรรม ของคนที่จะมาเป็นอาจารย์ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันต้องปลูกฝังจิตสำนึกของเด็กด้วย เพราะเรื่องแบบนี้ปรบมือข้างเดียวไม่ดัง


 10. ฟื้นซ้ำชั้นต้องคิดให้เยอะ

              ปิดท้ายปีแพะ 2558 ด้วยนโยบายฟื้นการเรียนซ้ำชั้น พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาบดีกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบการบ้านให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วิเคราะห์ข้อดี-ข้อเสีย ของการเรียนซ้ำชั้น เพราะมีเสียงสะท้อนว่าคุณภาพของนักเรียนยังไม่ได้เกณฑ์มาตรฐาน มีปัญหาในการเรียนต่อระดับที่สูงขึ้น แต่ก็มีเสียงคัดค้านสวนขึ้นมาทันทีว่า อาจเป็นการทำร้ายเด็กให้ท้อแท้ได้ เรื่องนี้ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องคิดให้เยอะเพราะคืออนาคตของชาติ.“



ขอขอบคุณข้อมูลจาก

            เดลินิวส์ออนไลน์


 

 



ศูนย์ประสานงานวิชาการ ขอนแก่น 29/12/2558 10:24:56 -


เกาะติด Quota อีสาน | ติดตาม AdMission | แหล่ง Quota / สอบรับตรง | สถิติ โควตา มข. ที่น่าสนใจ | รู้ทันข่าวการศึกษา

บอกเล่า... ค่ายซัมเมอร์ The Act. | บทความ / สาระน่ารู้ | ทิป & เทคนิค | คลายเครียด | แนะนำสารพัน อาชีพ | ร่วมงานกับเรา

 สถาบัน The Act. (โรงเรียนกวดวิชา ดิแอ็ค ขอนแก่น) จังหวัดขอนแก่น

123/2 ม.8 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000  โทร. 043-257-176, 088-5642554
E-mail : webmaster@theactkk.net
   Copyright © 2007-2013 www.theactkk.net